ดูแลใจ · สังเกตและเข้าใจร่างกาย

ดูแลใจด้วยกลิ่นบำบัด

6 กลิ่นคลายเครียด ที่หาใช้ได้ไม่ยาก มาแนะนำ เผื่อน้องๆ วัยเรียน คุณครู หรือใครที่สนใจ และกำลังเครียดกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และกังวลกับเส้นทางการเรียนต่อหรือทำงานในอนาคต จะลองหยิบไปใช้กัน

20 ก.ย. 2565ใช้เวลาอ่าน 1 นาที👁 243
พัชรพร ศุภผล ผู้เขียน
ใช้แมวเป็นวิตามิน มีร้านหนังสือและแกลอรี่อาร์ตเป็นพื้นที่ปลอดภัย รักเจ้าชายน้อยและคิดว่าตัวเองก็คงมาจากดาวb612 เช่นกัน
Kidsun นักออกแบบภาพ
อยากเกิดใหม่เป็นเป็ด จะได้เป็น เป็ดปักกิ่ง
ดูแลใจด้วยกลิ่นบำบัด

“กลิ่น” มีสรรพคุณและส่งผลบางอย่างต่อร่างกายและจิตใจ กลิ่นไก่ปิ้งหอมๆ

ที่ตลาดในยามเช้า (อูย.. ในเวลานี้ก็หิวได้นะ) กลิ่นเครื่องหอมในสปา

(อาห์… สบายจัง) กลิ่นยาดมยี่ห้อประจำของคุณตาคุณยาย (อ๊ะ นึกถึงตอนเราเด็กๆ เลย) กลิ่นขยะเน่าเสียหรือกลิ่นสารเคมี (แอดขอยกมือมาปิดจมูกก่อน) ฯลฯ

มีกลิ่นอีกมากมายที่ส่งผลต่อเรา ในบางพื้นที่ คนใช้กลิ่นเป็นส่วนหนึ่งในการประกอบอาหาร ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย รักษาอาการป่วยทางกายและจิตใจ

วันนี้แอดมินเลยมี 6 กลิ่นคลายเครียด ที่หาใช้ได้ไม่ยาก มาแนะนำ เผื่อน้องๆ วัยเรียน คุณครู หรือใครที่สนใจ และกำลังเครียดกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และกังวลกับเส้นทางการเรียนต่อหรือทำงานในอนาคต จะลองหยิบไปใช้กันค่ะ

แต่!

สิ่งสำคัญที่ไม่อยากให้ลืม คือ

  1. ทดลองกลิ่นให้ชัวร์ก่อนตัดสินใจ ใช้เวลาในการเลือกกลิ่นที่ชอบ ไม่ต้องเร่งตัวเองว่าต้องหาให้ได้ในวันนี้พรุ่งนี้ อย่าลืมว่าเราแต่ละคนอาจมีการรับรู้หรือชื่นชอบกลิ่นที่แตกต่างกัน หากใครไม่ชอบก็ไม่จำเป็นจะต้องฝืนตัวเองเพื่อดมกลิ่นนั้น เพราะนอกจากจะไม่ได้ช่วยคลายความกังวลเดิมที่มี อาจเพิ่มความเครียดขึ้นไปอีกก็ได้ เว้นแต่ว่ากลิ่นนั้นมีความจำเป็นต่อการรักษาเยียมยาอาการตามคำแนะนำของแพทย์ เราอาจต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่อว่า พอมีวิธีไหนให้เราเองไม่เครียดหรือกดดันมากเกินไป หากต้องดมกลิ่นนั้นในระหว่างที่รักษาตัวอยู่
  2. ไม่ลืมเรื่องปลอดภัยและความเหมาะสม แม้จะชอบกลิ่นนั้นมากๆ หรือเป็นกลิ่นที่สกัดจากธรรมชาติ 100% ก็ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของเรา หากไม่แน่ใจ แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน ทั้งนี้ ต้องดูด้วยว่าสถานที่ที่เราจะวางกลิ่นนั้นคือที่ไหน และเป้าหมายที่เราอยากให้กลิ่นทำงานคืออะไร เช่น ในห้องนอน ควรเลือกกลิ่นที่ช่วยให้ผ่อนคลาย หลับง่าย ได้พักผ่อนเต็มที่ มากกว่ากลิ่นที่ทำให้เราตื่นตัวสมองวิ่งฉิว
  3. การบำบัดใดๆ จำเป็นต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงของตัวเราและบริบทแวดล้อมด้วย กลิ่นคลายเครียดจะช่วยดูแลใจเราได้ดี หากตัวเราเองก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง เพื่อดูแลตัวเองด้วย บางคนอาจเริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่ทำได้เลย เช่น จัดห้องหรือมุมเล็กๆ ของตัวเองใหม่ ทำความสะอาด พาตัวเองออกไปเดินรับแสงแดดอ่อนๆ ตอนเช้าบ้าง เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจกระตุ้นให้เราเครียดหรือกังวล เป็นต้น

จะมีกลิ่นอะไรที่โดนใจบ้าง หรือตอนนี้ใครใช้กลิ่นอะไรอยู่บ้าง คอมเม้นท์มาแชร์กันได้เลยน้าาา

ลาเวนเดอร์ (Lavender)

ช่วยให้หลับได้ดีขึ้น ตื่นมาสดชื่น ช่วยคลายความวิตกกังวลได้ด้วย

เปปเปอร์มิ้นท์ (Peppermint)

ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า สมองผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล

ส้ม (Citrus)

ทำให้รู้สึกสดชื่นกระฉับกระเฉง ลดความเครียด ทำให้อารมณ์ดีขึ้น มีส่วนช่วยบำบัดภาวะผิดปกติทางจิตใจจากเหตุการณ์รุนแรง (Posttraumatic Stress Disorder/ PTSD)

มะกรูด (Bergamot)

ช่วยให้ผ่อนคลายความวิตกกังวล มีการศึกษาพบว่าการดมกลิ่นมะกรูดในปริมาณที่พอเหมาะ มีส่วนช่วยให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) ของผู้หญิงลดลง

อบเชย (Cinnamon)

กระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยให้อารมณ์ดี สมองแล่น มีโฟกัส

ตะไคร้ (Lemongrass)

ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดเมื่อยตามตัวและความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อได้

อ้างอิง Womenshealthmag. (2022). จาก. https://bit.ly/3sx76Rg Aristo-aroma (2022). จาก. https://bit.ly/3suHiFj (2022). จาก. https://bit.ly/3pmUFFl (2022). จาก. https://bit.ly/3htosIk

#เครียด