เรียนรู้เรื่องแบบจอยๆ ด้วย 6 ไอเดีย สำหรับคนอยากดูแลคลื่นสมอง
รู้หรือไม่ว่า เวลาเราเครียด กังวล หรือหัวหมุนทำอะไรไม่ถูก คลื่นสมองที่เชื่อมโยงอยู่ในหัวเราจะทำงานรวนไปด้วยล่ะ! เราเรียกคลื่นที่เกิดขึ้นตอนที่สมองเรารับส่งข้อมูลนี้ว่า คลื่นสมอง (Brainwave) ซึ่งเจ้าคลื่นสมองนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ อยู่ที่ว่า ณ ขณะนั้นๆ เรากำลังคิดหรือกำลังทำอะไรอยู่

เครียดจนหัวตื้อไปหมดแล้ววววว 😩💨💨💨
รู้หรือไม่ว่า เวลาเราเครียด กังวล หรือหัวหมุนทำอะไรไม่ถูก คลื่นสมองที่เชื่อมโยงอยู่ในหัวเราจะทำงานรวนไปด้วยล่ะ!
สมองของมนุษย์เราประกอบด้วยเซลล์ประสาทราวๆ 86,000 ล้านเซลล์ โดยเซลล์ต่างๆ จะใช้กระแสไฟฟ้าในการสื่อสารรับส่งข้อมูลกัน เราเรียกคลื่นที่เกิดขึ้นตอนที่สมองเรารับส่งข้อมูลนี้ว่า คลื่นสมอง (Brainwave) ซึ่งเจ้าคลื่นสมองนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ อยู่ที่ว่า ณ ขณะนั้นๆ เรากำลังคิดหรือกำลังทำอะไรอยู่
วันนี้ a-chieve เลยมีวิธีการเล็กๆ น้อยๆ มาแนะนำ สำหรับคนที่สนใจอยากดูแลคลื่นสมองของเรากันค่ะ

#รู้จักคลื่นสมองกันหน่อย
ระดับความสั่นสะเทือนหรือความถี่ของคลื่นสมอง แบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ คือ
- คลื่นเบตา เกิดในขณะที่เราตื่นและรู้ตัว เช่น ตอนนั่ง ยืน เดิน หรือทำกิจกรรมทั่วไป แต่ถ้าเรามีความคิดอะไรในหัวเยอะไปหมด สับสนฟุ้งซ่าน คลื่นเบตาของเราจะพันกันมั่ว อาจทำให้เรามีแนวโน้มย้ำคิดย้ำทำหรือไม่ทันสังเกตใส่ใจความรู้สึกหรือคิดบวกกับตัวเอง
- คลื่นอัลฟา บางคนเรียกคลื่นนี้ว่าคลื่นสุขภาพดี จะเกิดในภาวะเบาสบาย มีความสุข ความสงบ มีความสมดุลทางใจ ยิ่งมีเยอะยิ่งผ่อนคลาย คนที่มีคลื่นอัลฟาเยอะ เวลารู้สึกแย่ จะฟื้นตัวได้เร็ว นอกจากนี้ยังเป็นสภาวะที่เราสามารถรับรู้ข้อมูลได้ดีที่สุด เหมาะมากๆ กับการเปิดรับและเรียนรู้ (Super learning)
- คลื่นทีตา/ เธต้า (คลื่นแห่งการตื่นรู้) เป็นคลื่นสมองที่เกิดขึ้นเมื่อมีการผ่อนคลายระดับค่อนข้างลึก เช่น ตอนทำสมาธิ คลื่นสมองระดับนี้สามารถดึงข้อมูลจากจิตใต้สำนึก (Subconscious mind) ได้ คนที่มีคลื่นนี้เยอะจะมีแนวโน้มเป็นคนที่มีอารมณ์มั่นคง เข้มแข็ง และมีสมาธิดีมาก
- คลื่นเดลตา เกิดจากการเข้าสมาธิลึกๆ ในระดับฌาน หรือการหลับลึกแบบไม่ฝันในช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่ร่างกายสามารถพักผ่อนลงลึกอย่างเต็มที่ เกิดการซ่อมแซมร่างกายและสมอง เมื่อตื่นขึ้นมาจะสดใสสดชื่น เรียกความจำได้ดี ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี

#อยากเริ่มดูแลคลื่นสมองทำยังไงได้บ้าง
นอกจากการเท่าทันความคิดความรู้สึกตัวเองแล้ว ยังมีวิธีการเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยส่งเสริมให้เราสามารถดูแลจัดการอารมณ์ ความเครียด ความกังวล ให้ดีขึ้นได้ด้วย เช่น
- อยู่ในที่สงบ การให้ตัวเองได้พักนิ่งๆ ผ่อนคลายในที่ที่มีความสงบ นั่งเฉยๆ หายใจเข้าออกซักครู่ ผู้เชี่ยวชาญบางคนแนะนำว่า การสังเกตเสียงตอนเรากลืนน้ำลาย ก็เป็นสิ่งเล็กๆ ที่ช่วยผ่อนคลายและปรับสมดุลของคลื่นสมองได้
- พักจากอุปกรณ์มือถือ แทบเล็ต และอุปกรณ์ที่ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ปล่อยคลื่นออกจากตัวเครื่องอยู่เสมอ คนที่ทำงานจ้องจอมากๆ ก็มีโอกาสปวดหัว ปวดเบ้าตา คนที่ทำอาชีพช่างโทรคมนาคมเมื่อทำงานไปซักระยะ อาจเริ่มมีอาการปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน (ซึ่งอาจขึ้นกับปัจจัยมากกว่า 1 อย่าง) เราจึงอยากชวนให้ทุกคนจัดเวลาให้ตัวเองได้พักและห่างจากอุปกรณ์เหล่านี้บ้าง แม้เราจะไม่ได้ทำงานหรืออยู่ในสถานที่ที่มีคลื่นรบกวนในปริมาณมากเป็นเวลานานๆ ก็ขอให้ปลอดภัยไว้ก่อนนะ
- ฟังเพลง การฟังดนตรีบรรเลงเบาๆ ช้าๆ อย่างเพลงคลาสสิก หรือเสียงที่มีจังหวะบีทไม่รุนแรง จะส่งผลให้การเต้นของหัวใจช้าลงกว่าตอนเราฟังเพลงที่มีจังหวะกระแทกรุนแรง ทำให้การหลับดีขึ้น การเลือกฟังเพลงอย่างเหมาะสม นอกจากจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายแล้ว ยังช่วยดูแลคลื่นสมองให้อยู่ในระดับที่สมดุลด้วย

- ทำงานอดิเรกหรือกิจกรรมที่ชอบ หาโอกาสให้ตัวเองทำงานอดิเรกหรือโฟกัสกับกิจกรรมที่ชอบ จะทำให้เราเกิดความรู้สึกดี เมื่อเกิดความรู้สึกดี สมองจะสามารถทำงานได้อย่างสมดุลมากขึ้น ตัวอย่างกิจกรรมแนะนำเช่น อ่านหนังสือ เล่นดนตรี ออกกำลังกาย เรียนรู้ภาษาใหม่ๆ เขียนบันทึก เป็นต้น
- ฝึกสมาธิ การทำสมาธิสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการนั่งนิ่งๆ สังเกตลมหายใจ ออกกำลังกาย สวดมนต์ เล่นโยคะ ฯลฯ จะช่วยให้สมองได้จดจ่อกับกิจกรรมทีละอย่างและต่อเนื่องในระยะเวลาชั่วครู่หนึ่ง เมื่อลมหายใจคงที่ ชีพจรคงที่ ร่างกายจะค่อยๆกลับสู่จุดสมดุลได้ง่ายขึ้น
- พาตัวเองไปอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ธรรมชาตินั้นมีแสง สี เสียง กลิ่น อุณหภูมิ ที่ทำให้ประสาทสัมผัสของเรารับรู้ในปริมาณที่เหมาะสม โดยจะทำปฎิกิริยากับระบบประสาทของเราและส่งต่อไปยังสมอง เกิดเป็น “การรับรู้เชิงบวก” (Positive Perception) หรือที่เวลาใครหลายคนได้ไปเดินป่า ขึ้นภูเขา หรือไปนั่งมองทะเล จะพบว่าตัวเอง “รู้สึกดี” หรือเลือกใช้เสียงธรรมชาติมาบรรเทาความเครียด สร้างสมาธิ และช่วยในการนอนหลับ
แนวทางที่ a-chieve นำมาฝากนี้ ดูเผินๆ อาจเป็นสิ่งที่คุ้นชินและหลายคนก็คงรู้อยู่แล้ว แต่เราก็ยังอยากเชียร์ให้ลงมือดูแลเจ้าคลื่นสมองของเราด้วยวิธีการที่ถูกต้องและเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง เพราะแม้เทคโนโลยีจะพัฒนาไปไกล แต่ก็ต้องยอมรับว่าโลกปัจจุบันมีสิ่งที่รบกวนและทำลายศักยภาพร่างกายเรามากขึ้นจริงๆ เหมือนกัน
ขอให้คลื่นสมองของทุกคนแข็งแรงค่ะ
เครดิต
- https://bit.ly/35D7RyS
- https://bit.ly/3tiYXij
- https://bit.ly/3IypRJw
