รู้จักตัวเอง · ออกแบบเส้นทางชีวิต

How-to เอาตัวรอดในวันที่วิชาที่เคยชอบกลายเป็นยาขม

มีใครเจอสถานการณ์แบบนี้บ้างไหมนะ? จังหวะชีวิตที่พบว่า วิชาที่เราเคยเอ็นจอย กลับกลายเป็นเรื่องชวนปวดหัวปวดใจ จะเข้าเรียนแต่ละทีต้องฮึบขุดพลังกันก่อน แถมยิ่งเรียนไปยิ่งพบว่าไม่ชอบหนักกว่าเดิมอีก!

13 มี.ค. 2566ใช้เวลาอ่าน 2 นาที👁 969
พิมพ์พร นักออกแบบภาพ
ความฝันของช่วงวัยใกล้แตะ 30 คืออยากมีหมาคอกี้เป็นของตัวเอง
How-to เอาตัวรอดในวันที่วิชาที่เคยชอบกลายเป็นยาขม

ผ่านไปให้ได้นะ!

How-to เอาตัวรอดในวันที่วิชาที่เคยชอบกลายเป็นยาขม

มีใครเจอสถานการณ์แบบนี้บ้างไหมนะ?

จังหวะชีวิตที่พบว่า วิชาที่เราเคยเอ็นจอย กลับกลายเป็นเรื่องชวนปวดหัวปวดใจ จะเข้าเรียนแต่ละทีต้องฮึบขุดพลังกันก่อน แถมยิ่งเรียนไปยิ่งพบว่าไม่ชอบหนักกว่าเดิมอีก!

อยากบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร

เพราะเราต่างเติบโตขึ้น มีชุดประสบการณ์ที่หลากหลายมากขึ้น ในขณะที่ตัวเนื้อหาบทเรียน ผู้สอน คนที่เรียนด้วย รวมถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน ดังนั้นมันเลยอาจมีโอกาสที่วิชาสุดโปรดในวัยเด็กของเรา จะรั้งตำแหน่งหนึ่งในดวงใจไม่ได้แล้ว

แต่จะหยุดเรียนหรือเลิกเรียนเลยคงไม่ได้ จะให้สะกดจิตตัวเองว่า “เรียนๆ ไปเถอะ เดี๋ยวก็หมดเทอมหมดปีแล้ว” ก็ไม่ได้อีก

วันนี้ a-chieve เลยอยากมาแชร์แนวทางตั้งหลักตัวเองให้เอาตัวรอดผ่านช่วงเวลาหนักใจแบบนี้ไปให้ได้ มาฝากค่ะ

รูปประกอบ: How-to เอาตัวรอดในวันที่วิชาที่เคยชอบกลายเป็นยาขม

1. เข้าใจตัวเองและหาสาเหตุให้พบ (จะได้แก้ถูกจุด)

สังเกตตัวเองว่าตอนนี้เราสนใจอะไร ถนัดการเรียนรู้รูปแบบใด ชอบเรียนกับผู้สอนแบบไหน หรือมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เราไม่ชอบวิชานั้นๆ แล้ว

ไม่แน่ว่า สิ่งที่เราเบื่อหรือไม่ชอบ อาจไม่ใช่ตัวรายวิชานั้นๆ แต่เป็นบรรยากาศในการเรียน ครูดุ ผิดใจกับเพื่อนทำรายงานกลุ่ม ต้องทำการบ้านเยอะ เนื้อหาไม่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง เรากดดันตัวเองจนไม่รู้สึกสนุกกับการเรียน หรือมีเหตุอื่นมาทำให้เราหลุดโฟกัสไปจนเรียนไม่รู้เรื่องก็ได้

รูปประกอบ: How-to เอาตัวรอดในวันที่วิชาที่เคยชอบกลายเป็นยาขม

2. มองหาโอกาสใหม่ๆ มาช่วยรีเฟรชใจ

ท้าทายตัวเองให้ลองทำกิจกรรมหรือฝึกทักษะเพิ่ม อาจเป็นการเข้ากลุ่มกับเพื่อนใหม่ ไปค่ายวิชาที่เคยชอบ ให้ได้เจอกับคนที่อินเหมือนกัน รวมถึงอัพเวลประสบการณ์ที่ช่วยส่งเสริมการเรียนในวิชานั้นๆ เช่น เป็นไกด์อาสาให้ชาวต่างชาติเพื่อฝึกภาษาอังกฤษ หรืออ่านนิยายวิทยาศาสตร์เพื่อเปิดโลกด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รูปประกอบ: How-to เอาตัวรอดในวันที่วิชาที่เคยชอบกลายเป็นยาขม

3. ประเมินจุดแข็งจุดอ่อนตัวเองในวิชานั้นๆ เพื่อพัฒนาต่อ

อยากชวนให้เปิดใจว่า แม้วิชานั้นจะเป็นยาขม แต่เชื่อเถอะว่ามันจะมีอะไรบางอย่างที่เราพอทำได้หรือทำได้ดี อาจเป็นบางหัวข้อที่เราเข้าใจได้ไวก็ได้ สิ่งสำคัญคือ ให้ลองประเมินตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่า ในรายวิชานั้นๆ เรามีจุดแข็งและจุดอ่อนในเรื่องใดบ้าง จะได้พัฒนาจุดแข็งต่อ และหาทางปรับจุดอ่อนให้ดีขึ้นต่อไป

รูปประกอบ: How-to เอาตัวรอดในวันที่วิชาที่เคยชอบกลายเป็นยาขม

4. ปรึกษาพ่อแม่ เพื่อน หรือคุณครูที่เราวางใจ

อย่าเก็บเอาความหน่วงในใจนี้ไว้คนเดียว เพราะการได้ระบายความรู้สึก ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่หรือเพื่อนที่เราวางใจ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่เราจะได้ทบทวนตัวเองไปด้วย ลองสังเกตดูว่าเรื่องที่เรามักบ่นหรือพูดถึงเป็นเรื่องอะไร แล้วพวกเขาเหล่านั้นมีคำแนะนำอะไรบ้างที่เราเองน่าลองเอามาทำตาม

รูปประกอบ: How-to เอาตัวรอดในวันที่วิชาที่เคยชอบกลายเป็นยาขม

5. เปิดใจคุยกับครูผู้สอน

ยาขมหม้อใหญ่อาจเล็กลงได้ หากมีโอกาสได้สื่อสารกับคุณครูที่สอนวิชานั้นๆ อย่างตรงไปตรงมาว่า เรามีความมุ่งมั่นและอยากตั้งใจเรียน แต่ตอนนี้ติดปัญหาอะไรบ้าง เช่น มีหัวข้อที่ไม่เข้าใจ เรียนไม่ทันเพื่อน รู้สึกหมดพลัง ฯลฯ จึงมาขอปรึกษาและขอคำแนะนำจากครู เพื่อให้เรานำไปพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น

***หมายเหตุ: ต้องไม่ลืมว่า ครูแต่ละคนมีเทคนิกและรูปแบบการสอนต่างกัน ครูอาจไม่สามารถเปลี่ยนทุกอย่างให้ได้อย่างใจเรา แต่ก็ขอให้ใช้โอกาสนี้บอกเจตนาและความตั้งใจของเราที่อยากเอ็นจอยกับวิชานั้นๆ และสื่อสารกับครูด้วยความเคารพในฐานะครู-ลูกศิษย์ด้วยนะ :)

รูปประกอบ: How-to เอาตัวรอดในวันที่วิชาที่เคยชอบกลายเป็นยาขม

6. วางแผนสำหรับอนาคต

หากทำทุกทางแล้วแต่วิชายาขมหม้อนั้นยังชงมาแบบเข้มๆ อยู่ ขอเสนอให้ลองทำแผนสำหรับอนาคต ทั้งเรื่องการเรียนต่อและเป้าหมายชีวิต ว่าคณะไหน สายการเรียนไหน หรืออาชีพอะไรบ้าง ที่มีสัดส่วนความรู้หรือทักษะที่ต้องใช้ เหมาะสมกับเรา เพื่อให้มีแนวทางไปต่อที่เหมาะทั้งกับตัวเองและบริบทเงื่อนไขหรือโอกาสรอบตัว

สุดท้ายนี้ ขอแสดงความยินดีสำหรับคนที่ปรับจูนจนกลับไปรู้สึกชอบวิชาที่เคยเป็นยาขมได้ จากนี้ไปก็ขอเชียร์ให้มุ่งมั่นเรียนต่อและวางแผนสำหรับอนาคตที่เหมาะกับตัวเองนะ

และสำหรับคนที่พยายามแบบสุดทางแล้วแต่ยาขมก็ยังคงเป็นยาขมจริงๆ ก็ต้องขอชื่นชมในความอดทน อยากบอกว่า นอกจากการพยายามรักษาระดับผลการเรียนไปพร้อมๆ กับดูแลใจตัวเองแล้ว จากนี้ไปจะถือเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะค่อยๆ ค้นหาและออกแบบเส้นทางชีวิตในอนาคตที่ตรงกับความชอบ ความสนใจ และทักษะที่เรามี เพื่อให้เจอสายการเรียนหรือการทำงานประกอบอาชีพในอนาคตต่อ

a-chieve ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆ คนเลย บีบมือส่งพลังให้แบบบรึ้มๆ

ลุยต่อนะ!

#ทักษะชีวิต#dek66#ออกแบบเส้นทางชีวิต